pakaho's profilePakahokungPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    March 03

    แนะนำ 4 ขั้นตอนก่อนแต่งดวงตา ง่ายๆ

     

    ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ...
    เมื่อความรักมาเยือนจิตใจของสาวๆ จะชุ่มชื่นอ่อนหวาน สายตาก็จะเปล่งประกายระยิบระยับมองโลกเป็นสีชมพู เพราะดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ นอกจากการสื่อสารทางวาจาแล้ว ทางสายตาก็เป็นทางหนึ่งที่เรามักจะใช้กัน เพราะดวงตาของเรามักจะไม่ค่อยปิดบังความรู้สึก รัก ชอบ ไม่ชอบ และที่สำคัญคือดวงตานี่ละอาวุธลับที่ผู้หญิงจะพิชิตหัวใจชายหนุ่ม การแต่งตาให้โดดเด่นหวานซึ้งสำคัญกว่าอื่นใด ผู้หญิงไทยก็มีความมั่นใจในการแต่งดวงตากันมากขึ้น จะเห็นว่าผู้หญิงนิยมใช้มาสคาราและมา Hip กันสุดๆ ก็ตอนมาใช้อายไลเนอร์ หรือจะเพิ่มเติมขนตาด้วยการต่อ หรือติดด้วยขนตาปลอมกันก็ตาม แต่ก็ยังเชื่อว่ายังมีอีกหลายๆ คนที่กล้าๆ กลัวๆ กับการแต่งดวงตา จะแนะนำเลยว่า ดวงตานี่ละสำคัญที่สุดเพราะถ้าผู้หญิงปฏิเสธการแต่งดวงตา ต่อให้สร้างเสน่ห์มามัดใจคนรู้ใจแล้วก็อาจไร้ความหมายกันเลย ก่อนที่จะแต่งตานั้นลองหาอุปกรณ์ที่สำคัญๆ ในการแต่งดวงตาก่อนดีกว่า


    4 ขั้นตอนก่อนแต่งดวงตา
    1.ลงคอนซีลเลอร์ เพื่อพรางรอยหมองคล้ำบนเปลือกตาและใต้ตา จะช่วยทำให้สีอายคัลเลอร์เด่นชัดขึ้น
    2.อายคัลเลอร์หรืออายแชโดว์ ระบายสีสันให้สวยงาม และยังสามารถแก้ไขรูปตาได้อย่างเหลือเชื่อ
    3.อายไลเนอร์ สำหรับเขียนขอบตาไม่ว่าจะเป็นแบบน้ำหมึก ดินสอ หรือแบบฝุ่นที่นำมาเขียนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
    4.มาสคารา อันนี้ขาดไม่ได้เลย สำคัญจริงๆ เพื่อดวงตาโดดเด่น เป็นประกาย และหวานจับใจ
    5.ที่ดัดขนตา เป็นอุปกรณ์เสริมชั้นดีที่ต้องใช้ก่อนมาสคาราเสมอ


    ดวงตาเล็กๆ อย่างสาวเอเชีย
    สาวเอเชียมีเสน่ห์ของตนเองชัดมากๆ คือความอ่อนหวานและรูปทรงตาที่ดูอ่อนโยน อ่อนเยาว์ แนะนำว่าเพียงลงสีอายคัลเลอร์โทนสว่าง อ่อนๆ ให้ดูนุ่มนวล เช่นสีฟ้าอ่อนๆ หรือเหลืองทองอ่อนๆ ทั่วเปลือกตาจากนั้นเขียนอายไลเนอร์แบบดินสอสีน้ำตาลเพียงแค่ปลายหางตาเข้ามาเพียงเล็กน้อยทั้งเส้นตาบน และเส้นตาล่าง และเกลี่ยให้นุ่มนวล จากนั้นก็ดัดขนตาแล้วเน้นปัดขนตาให้เด่นชัด เพียงเท่านี้ก็ทำให้สาวๆ ตาเล็กดูอ่อนโยนและน่ามอง

    สาวตาเล็กไปปาร์ตี้
    ถ้าสาวตาเล็กๆ อยากสนุกกับปาร์ตี้และสร้างเสน่ห์ให้โดดเด่นเพียงเพิ่มเส้นอายไลเนอร์ให้เด่นมากขึ้นได้ โดยใช้อายไลเนอร์แบบน้ำเขียนแบบเน้นปลายหางตาตวัดเส้นเฉียงเล็กน้อยก็เด่นสะดุดตามากเลย (เคล็ดลับ คือเขียนปลายหางตาก่อนให้เส้นหนากว่าจะช่วยดึงปลายหางตาออกมาได้อย่างสวยจับตา) แล้วปัดมาสคาราแบบเพิ่มขนตาด้านบนให้หนาขึ้นเพื่อดึงดูด หรือจะติดขนตาปลอมเบาๆอีกหน่อยก็ได้

    สาวดวงตาโต ลึกชัด
    สาวตาโต ลึก ชัด มักไม่ค่อยจะแต่งตากันเพราะมองว่าตาเด่นอยู่แล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่า เราก็สามารถทำให้ตาโตดูน่ามองมากขึ้นได้ไม่ยาก ลองแต่งไม่เน้นดวงตามาก แต่ลองเล่นโทนสีสว่างๆของอายคัลเลอร์ทั่วเปลือกตาเพื่อสร้างความสว่างสดใสของเปลือกตา ลองแตะอายคัลเลอร์โทนเข้มตรงปลายหางตาเล็กน้อยเกลี่ยเบาๆ ให้กลืนไปตามแนวชั้นพับตา ดัดขนตาและปัดมาสคาราเน้นปลายหางตาบนสักนิด เพียงเท่านี้ สาวๆ ตาโตๆ ก็จะดูอ่อนละมุนลงมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ (เคล็ดลับ เก็บสีเข้มๆ ไว้ก่อน ลองหันมาใช้สีสว่างๆ อ่อนใสเพื่อให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงมา)

    สาวตาโตกับงานปาร์ตี้กลางคืน
    สาวตาโตจะไปงานปาร์ตี้คงอยากจะเน้นดวงตาให้ตราตรึงกับคนรอบข้าง มาดูกันหน่อยจะแต่งตาสวยๆ อย่างไร ลองหันมาใช้อายคัลเลอร์โทนสีมีประกายชิมเมอร์สักนิดบนชั้นพับตาเกลี่ยเบาๆ แล้วเกลี่ยสูงขึ้นไปเล็กน้อย ปลายหางตามาใช้โทนสีเข้มเกลี่ยเบาๆ กลับเข้ามาแต่ให้สูงขึ้นเล็กน้อย เขียนอายไลเนอร์แบบดินสอสีดำเขียนเน้นปลายหางตาให้เข้มแล้วเกลี่ยทับด้วยอายคัลเลอร์สีเข้มทับลงบนอายไลเนอร์ดัดขนตาแล้วปัดขนตาให้เด่นเป็นแพสวย จะลองเสริมขนตาปลอมก็ได้ แต่เน้นที่ปลายหางตา

    เคล็ดลับเพื่อดวงตาสวย
    1.ก่อนอื่นต้องบำรุงด้วยอายครีมก่อนบางๆ
    2.ต้องปกปิดใต้ตาก่อนด้วยคอนซีลเลอร์เบาๆ และบนเปลือกตาด้วยสักเล็กน้อย เพื่อปรับให้ดวงตาดูสว่าง กระจ่างใส
    3.ควรตกแต่งคิ้วให้ได้รูปสวยงามรับกับดวงตา จะช่วยให้การแต่งตาสวยเด่นมากขึ้น

    สาวๆ คงได้เคล็ดลับการแต่งหน้าสวยรับวันวาเลนไทน์เพื่อให้ค่ำคืนแสนพิเศษนี้ประทับใจไม่รู้ลืม
    สวยพร้อมแล้วก็ออกไปดินเนอร์มื้อค่ำแสนหวานกับคนรู้ใจได้อย่างมั่นใจได้สุดๆ
    May 17

    Long time to up date my space

    รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.comIt's very long time that I never update my space because I got a new space to play in so if you want to talk or see me more maybe all of you can see atรูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com
    http://
    pakahokung@hi5.com.
    Miss you all bye. รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com
    February 28

    Gillter picture of my nickname


     

    Really like them so much. They're very bright and shine.

    February 26

    คุณเป็นโรคเกลียดวันจันทร์ หรือเปล่า?

    โรคเกลียดวันจันทร์

              บ่อยครั้งใช่ไหมคะที่เราได้ยินเพื่อนในออฟฟิศบ่นให้ฟังว่าอยากให้ถึงวันศุกร์เร็วๆ เพราะมีวันหยุดสุดสัปดาห์รอคอยอยู่ แต่พอถึง วันจันทร์ วันเริ่มต้นทำงาน หลายคนกลับมีความรู้สึกเหมือนเป็นทุกข์ ความสุขทั้งหลายพลันสลายลงในพริบตา ใครที่มีอาการแบบนี้เข้าข่ายเป็นโรคเกลียดวันจันทร์แล้วค่ะ ต้องรีบหาทางแก้ไขโดยด่วน!

    อะไรทำให้เป็นโรคเกลียดวันจันทร์ 

     ตัวเราเอง...

              1. อายุ คนมีอาการแบบนี้ส่วนใหญ่ มักเป็นคนวัยหนุ่มสาวที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานและขาดความมุ่งมั่นในชีวิต ติดนิสัย กิน ดื่ม เที่ยวมาตั้งแต่สมัยนักศึกษา และมักใช้เวลาช่วงวันหยุดสัปดาห์ทำกิจกรรมเหล่านั้น เมื่อถึงวันจันทร์ก็รู้สึกเหนื่อยล้า นอนตื่นสาย และไม่อยากไปทำงาน

              2. บุคลิกภาพ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญค่ะ เพราะบางคนมีนิสัยเฉื่อยชา รักสบาย ไม่กระตือรือร้น ไม่ใส่ใจทำงาน ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเบื่องานได้เช่นกัน

              3. ภาวะจิตใจ ข้อนี้มักเกิดขึ้นกับคนทำงานวัย 30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นวัยที่กำลังสร้างฐานะและมุ่งมั่นในหน้าที่การงานเพื่อเลื่อนตำแหน่ง มักมีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า วิตกกังวล ย้ำคิดย้ำทำมากกว่าคนปกติหรือไปทำงานสาย กลับเร็ว

              4. ปัญหาสุขภาพกาย บางครั้งก็ส่งผลเชื่อมโยงมาจากสุขภาพจิต เช่น เป็นโรคกระเพาะอาหารบ่อยๆ เครียดบ่อยๆ จนทำงานไม่ได้ บางคนเครียดจนนอนไม่หลับ ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่นกระปรี่กระเปร่า จนกลายเป็นข้ออ้างไม่ไปทำงานอยู่เรื่อยๆ

              5. หน้าที่การงาน งานทุกตำแหน่งไม่ได้เหมาะกับคนทุกคน งานบางงานอาจทำแล้วเกิดความรู้สึกน่าเบื่อหน่าย เครียด หรือทำแล้วอาจซ้ำซาก จำเจ ไม่ท้าทาย หลีกหนีความรับผิดชอบ จนก่อให้เกิดปัญหาตามมา สุดท้ายแล้วก็ต้องลาออก และเปลี่ยนงานใหม่ไปเรื่อยๆ

    สิ่งแวดล้อม...

              1. เพื่อนร่วมงาน เป็นเรื่องปกติในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งบางคนมีพฤติกรรมขี้เมาส์ ชอบประจบ เห็นแก่ตัว ไม่รับผิดชอบในหน้าที่การงานแต่กลับโยนภาระมาให้เรา จนทำให้เราขาดสัมพันธภาพกับเพื่อนร่วมงานและขาดบรรยากาศในการทำงานที่ดี

              2. หัวหน้างาน หนึ่งในปัญหายอดฮิตที่คุณไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นเจ้านายของคุณ บางคนมีนิสัยเสียชอบคนขี้ประจบ เป็นคนเจ้าอารมณ์ วันดีคืนดีก็เรียกลูกน้องเข้าไปต่อว่าโดยไม่มีสาเหตุ ทำให้บรรยากาศไม่เอื้อต่อการทำงาน

              3. การเดินทาง คนที่ทำงานโดยใช้เวลาเดินทางวันละ 2 ชั่วโมงขึ้น คนกลุ่มนี้มักจะรู้สึกเกิดความเบื่อหน่ายในการเดินทางไปทำงาน โดยมีสาเหตุมาจากปัญหารถติด อากาศร้อนอบอ้าว มลภาวะ เมื่อไปถึงที่ทำงานก็รู้สึกเหนื่อยล้า ทำงานแล้วก็ขาดประสิทธิภาพ

    7 วิธีรับมือโรคเกลียดวันจันทร์

              เมื่อรับทราบถึงสาเหตุของโรคเกลียดวันจันทร์แล้ว เรามีเคล็ดลับดีๆ ที่ทำได้ง่ายมาให้คุณลองปฏิบัติกันค่ะ

              1. อย่าเครียด เพราะการทำงานทั้งวันในแต่ละวันนั้น สร้างภาวะความเครียดให้คุณได้มากมาย เมื่อเริ่มเครียดหรือหรือเหนื่อยล้าขึ้นมา ให้หยุดทำงานนั้นสัก 10 นาที ออกไปเดินสูดอากาศนอกห้องให้สมองปลอดโปร่ง หรือแวะเติมความสดชื่นกับเครื่องดื่มแก้วโปรดสักแก้ว ค่อยกลับมาลุยงานต่อ หรือใช้ช่วงเวลาพักเที่ยงเลือกทำกิจกรรมที่เราชอบ เช่น อ่านหนังสือที่ถูกใจ หรือ ฟังเพลงสุดโปรด ก็ทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้นได้ไม่ยาก

              2. มีสติตลอดเวลา ในการเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่นั้น เชื่อแน่ว่าจะต้องมีงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาในความรับผิดชอบของคุณได้เสมอๆ ทางที่ดีควรตั้งสติและพร้อมเผชิญหน้ากับงานที่จะเข้ามาใหม่ รวมทั้งจัดสรรเวลาการทำงานให้เหมาะสมจะได้ไม่ยุ่งยากภายหลัง เพราะงานทุกงานที่ได้รับมอบหมาย คือสิ่งที่คุณต้องทำให้สำเร็จ

              3. เคลียร์งานให้เสร็จสิ้น วันศุกร์แสนสุขของคนทำงานส่วนใหญ่ ทุกคนอยากรีบกลับบ้านไปนอนเล่นพักผ่อนให้เต็มที่ แต่เมื่อกลับมาทำงานวันจันทร์หลายคนจะพบงานเก่าที่คั่งค้างต่อเนื่องมาจากวันศุกร์ที่แล้ว แถมด้วยงานใหม่อีกกองพะเนิน ดังนั้นเราขอแนะนำให้คุณสละเวลาสักเล็กน้อยเคลียร์งานให้เสร็จสิ้นก่อนส่วนหนึ่งตั้งแต่วันศุกร์ พร้อมจัดทำรายการงานต่างๆ ที่ยังคั่งค้าง เพื่อที่จะมาสะสางและสานต่องานใหม่ได้อย่างต่อเนื่องและง่ายดายขึ้น

              4. จัดลำดับงาน งานแต่ละชิ้นมีความสำคัญและความเร่งด่วนแตกต่างกัน การจัดลำดับความสำคัญของงานจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยใช้เงื่อนไขเวลาเป็นตัวกำหนดว่างานไหนส่งก่อนส่งหลัง แล้วจัดการเขียนลำดับงานที่มีความสำคัญมากน้อยตามลำดับออกมาเป็นข้อๆ นอกจากจะช่วยเตือนให้คุณไม่หลงลืมทำงานต่างๆ ให้เรียบร้อยแล้ว ยังสามารถลดความกังวลและความเครียดให้กับจิตใจด้วย ที่สำคัญการจัดลำดับงานเช่นนี้จะช่วยให้คุณเหลือเวลาและพลังงานสมองไว้ใช้ทำงานเพิ่มอีกด้วย

              5. เข้างานเช้ากว่าปกติ โดยเฉพาะในวันจันทร์ลองเข้างานเช้ากว่าปกติสักนิด เพื่อจัดสรรระเบียบให้กับการทำงานในวันจันทร์ และทำงานที่เหลืออยู่ให้เสร็จสิ้นลง เพื่อให้การทำงานตลอดสัปดาห์ที่เหลือเป็นเรื่องง่ายขึ้น ใครที่เคยมาทำงานสายๆ ลองมาทำงานเช้าดูสักวัน แล้วคุณจะพบว่าในยามที่ยังไม่มีเพื่อนร่วมงานมาทำงานนั้น เป็นเวลาที่คุณมีสมาธิมากทีเดียว

              6. หยุดคิดเล็กคิดน้อย อย่านำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันมาเป็นอารมณ์ เพราะสิ่งที่ผ่านไปแล้ว คุณควรปล่อยให้ผ่านไป หลายคนมัวแต่ใส่ใจเรื่องดังกล่าว จนไม่มีเวลาพัฒนาและปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น พยายามปรับความคิดใหม่ๆ เวลาทำงานในแต่ละวันก็มุ่งไปที่เป้าหมายของคุณ ทำอย่างไรให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ความคิดเหล่านี้จะช่วยให้กระตือรือร้นและสนุกกับงานมากขึ้น

              7. เติมเต็มกำลังใจ ลองหาเพื่อนสนิทในที่ทำงานไว้ปรึกษาหารือ หรือแบ่งเบาทุกข์สุข ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยคุณต้องรู้จักปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นให้ได้ และลองหยิบยื่นน้ำใจให้กับคนอื่นก่อน โดยเรียนรู้ถึงพื้นฐานจิตใจของเพื่อน เพราะแต่ละคนมีความต้องการและความปรารถนาไม่เหมือนกัน นอกจากน้ำใจแล้ว น้ำคำ หรือคำพูดก็สำคัญ คำพูดง่ายๆ แต่จริงใจเช่น ขอบคุณ และ ขอโทษ ก็จะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเพื่อนกระชับแน่นแฟ้นขึ้น

    Charge Up เติมพลังให้สดชื่นก่อนไปทำงาน

              เลิกปาร์ตี้ี้ (โดยเฉพาะคืนวันอาทิตย์) แล้วหันมาพักผ่อนให้เต็มที่ พร้อมหากิจกรรมดีๆ มาช่วยให้คุณผ่อนคลายในวันหยุดอย่างอ่านหนังสือ เล่นโยคะ เล่นกีฬาที่ตัวเองโปรดปราน ก่อนนอนก็สวดมนต์ทำสมาธิ เพื่อให้จิตสงบขึ้นและนอนหลับสบาย เตรียมพร้อมทั้งกายใจเพื่อต้อนรับการทำงานวันแรกของสัปดาห์อย่างสดชื่น

              เข้านอนเร็วขึ้นและตื่นเช้าขึ้น จะช่วยให้ร่างกายคุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แถมตื่นขึ้นก็สดชื่นจิตใจแจ่มใส ไม่งัวเงีย หรือไปนั่งหลับในที่ทำงาน

              กินอาหารเช้ารองท้อง จะทำให้ท้องคุณสงบลงและมีสมาธิในการทำงานมากขึ้น หากได้ดื่มน้ำผลไม้ด้วยยิ่งดี นอกจากมีประโยชน์แล้วยังช่วยให้ร่างกายสดชื่นและไม่อ้วนอีกต่างหาก



    ข้อมูลและภาพประกอบจาก

    ขอบคุณ: น.พ.ทวีสิน พิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กรมสุขภาพจิต
    February 24

    วิธีทำให้ชีวิตมี ความสุขตลอดไป

    การ์ตูน

    วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีทำให้ชีวิตมีความสุขตลอดไปมาฝากกัน...

              1. ต้องมีจุดหมายปลายทาง, มีความเชื่อมั่นและภูมิใจในตนเอง

              2. ยิ้มอยู่เสมอ, รู้จักมีอารมณ์ขัน

              3. รู้จักแบ่งปันความสุข ให้ผู้อื่น, จริงใจ ที่จะช่วยเหลือผู้ตกยาก

              4. ทำตัวให้น่ารักเหมือนเด็กๆ, มีเพื่อนที่รักกันจริงไว้บ้าง

              5. อย่าตระหนกเมื่อพบสิ่งแปลกใหม่, รู้จักการทำงานเป็นทีม

              6. ให้ความสุขกับชีวิตครอบครัว, ไม่บ้างาน... หาเวลาหยุดพักบ้าง

              7. เข้าได้กับคนทุกประเภท, อย่าดูถูกผู้ที่อ่อนแอกว่า

              8. ตามใจตัวเองในบางครั้ง

              9. รู้จักให้อภัย, มีความกล้าหาญและอดทน

              10. อย่าเป็นคนกระหายเห็นแก่เงิน

    February 01

    มารยาหญิงที่ผู้ชายต้องทำใจ

    มารยาหญิง


              ในสายตาผู้ชายส่วนใหญ่..มักมองผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอ่และสามารถอยู่ใต้บังคับบัญชาพวกเขาได้ตลอดเวลา..แต่ในขณะเดียวกัน..ผู้หญิงที่พวกเขาเห็นและคิดว่าอ่อนแอเสมอนั้นก็มีมารยาหญิงที่ชายอย่างคุณก็อาจจะจับไม่ได้ไล่ไม่ทันเหมือนกัน

              1. เปิดขวดโค้กลิตรไม่ไหว ทั้งที่ความจริงพวกเธอเคยหักคอหมูป่าด้วยมือเปล่ามาแล้ว

              2."ตอนเย็นซื้อกับข้าวมาด้วยนะ" แปลว่า เลิกงานห้ามไถลไปไหน ฉันรอกินอาหารอยู่

              3. พูดไปฟังไปแล้วชอบตีแขนผู้ชายบ่อยๆ ประมาณว่า บ้า พูดอะไรไม่รู้ตัวเอง

              4. ทะเลาะกับแม่มาอีกแล้ว คือจะเรียกร้องความสนใจอีกแล้วครับพี่น้อง

              5. หัวเราะตลอดเวลา ไม่รู้ว่าผู้ชายจะพูดอะไรทำอะไรก็ตาม เห็นเป็นขำซะเหลือเกิน

              6. ใส่เสื้อคอกว้าง คว้านลึกถึงสะดือ

              7. ชอบพูดอะไรเปรยๆ ให้ฟังบ่อยๆ ว่า คุณเธอกำลังจะเลิกกับแฟนคนเก่า

              8. เลิกคิ้ว ทำตาโต เอนตัวมาข้างหน้า ทำเป็นใสซื่อ สนใจฟังผู้ชายพูด อย่างกับกลัวว่าจะออกข้อสอบ

              9. กินเผ็ดไม่ได้ อย่ามาเสแสร้างทำเป็นลิ้นบาง ควายทั้งตัวพวกเธอยังเลียมาแล้ว.... wow

              10. แพ้ยกทรง ใส่แล้วผื่นขึ้น ไม่เชื่อพี่ดูนมหนูซิ !!!

              11. นั่งจิกตามองผู้ชาย พอเราหันไปเจอ ก็ทำเป็นหลบตา แต่ไม่วายช้อนตาขึ้นมามอง ทำขวยเขิน

              12. คันหลัง เกาไม่ถึง ช่วยเกาให้หน่อยซิ

              13. ใส่กางเกงเอวต่ำสุดๆ นั่งยองๆ เห็นกางเกงใน ขอบย้วยโผล่มาครึ่งตัว นึกว่ากางเกงบอล.... แป่ว

              14. ชอบมาสายกว่าเวลานัดนิดนึง อยากให้เรารอ จะได้เห็นตอนเธอสวยเดินเข้ามา

              15. ไม่กอดอกเวลาพูดคุย พยายามวางมือไว้ในที่โล่ง ล่อเราตลอดเวลา อย่าติดกับไปจับเข้าหล่ะ....

              16. เพราะเธอจะดึงมือตัวเองหนีมือเราเบาๆ พร้อมรอยยิ้มหวาน แต่ในใจเธอ "เสร็จกูล่ะมึง"

              17. แกล้งเล่นตัวไม่รับโทรศัพท์ พยายามจะให้เรากระวนกระวายใจ

              18. เสยผมบ่อยๆ ต่อหน้าเรา เพราะรู้ว่า เราเคยอ่านเจอว่านั่นเป็นการแสดงความสนใจ

              19. ชอบลองเครื่องประดับที่ร้าน แล้วถามเราว่า "สวยมั๊ย" บอกเป็นนัยๆ ให้รู้ว่าชอบนะซื้อให้หน่อย

              20. ใส่น้ำหอมที่หลังหูเวลาไปเที่ยวกลางคืน ใครพูดอะไรแกล้งไม่ได้ยิน เอียงหูให้เขามาพูดใกล้ๆ

              21. หาเรื่องถามทาง ไปไหนไม่รู้ กลับไม่ถูก

              22. ชวนถ่ายสติกเกอร์ภาพคู่ แล้วแกล้งคิกขุ แปะไว้ตามโทรศัพท์มือถือ หรือพวงมาลัยรถของผู้ชาย

              23. ปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่ตามเสื้อ ให้รู้ว่า "ชั้นใส่ใจเธอนะ"

              24.โทรเช็คพิกัดอยู่บ่อยๆ แต่อ้างว่า "คิดถึงอ่ะ"

              25. ถึงไม่รัก ไม่สนใจ แต่ก็ส่งแมจเสจมาทิ้งเชื้อเอาไว้เนืองๆ เพื่อบริหารเสน่ห์

              26. อัดเพลง คัดเลือก ความหมายใกล้ตัว ให้ผู้ชายเป็นของขวัญ

              27. ทำตัวเศร้าสร้อยเมื่อเราสนุกกับเพื่อน แล้วลืมสนใจหล่อนไปแค่อึดใจเดียว

              28. ทำหวานเมื่อเราโกรธ ทำโทษเมื่อเราผิด ทำหงุดหงิดเมื่อเราไม่ตามใจ

              29."พี่คิดยังไงกับหนู" ประโยคเด็ดที่ผู้ชายต้องเจอทุกคน ระหว่างกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็ม

              30. "พี่ทำไมทำแบบนี้" ประโยคน็อคที่พวกหล่อนต้องพูด หลังจากเก็บเข็มเก็บด้ายเข้าที่แล้ว

     
    แต่ก็ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนเสมอไป บางคนแสร้งทำเพราะอยากให้ผู้ชายมองว่าน่ารักก็เท่านั้นเอง

    January 30

    ทำความรู้จัก เมฆ ชนิดของเมฆ สิ่งสวยงามบนท้องฟ้าดีกว่า

    เมฆ


                 สำหรับคนที่ชอบมองท้องฟ้า คงเคยสังเกตเห็นถึงศิลปะบนท้องฟ้าอย่างก้อนเมฆที่มีหลากหลายรูปร่าง ซึ่งบรรดาก้อนเมฆนั้นดูนุ่มและนิ่ม จนน่าจะกระโดดใส่เหลือเกิน แต่รู้หรือไม่ว่าก้อนเมฆนั้นเกิดมาได้อย่างไร


                เมฆ คือ 

                 เมฆ คือ ละอองน้ำและเกล็ดน้ำแข็งที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนลอยตัวอยู่ในชั้นบรรยากาศที่เราสามารถมองเห็นได้ไอน้ำที่ควบแน่นเป็นละอองน้ำ (โดยปกติแล้วจะมีขนาด 0.01 มม) หรือเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ซึ่งเมื่อเกาะตัวกันเป็นกลุ่มจะเห็นเป็นก้อนเมฆ ก้อนเมฆนี้จะสะท้อนคลื่นแสงในแต่ละความยาวคลื่นในช่วงที่ตามองเห็นได้ ในระดับที่เท่าๆ กัน จึงทำให้เรามองเห็นก้อนเมฆนั้นเป็นสีขาว แต่ก็สามารถมองเห็นเป็นสีเทาหรือสีดำถ้าหากเมฆนั้นมีความหนาแน่นสูงมากจนแสงผ่านไม่ได้ 

                 สิ่งที่ช่วยให้เกิดการกลั่นตัวของไอน้ำเป็นก้อนเมฆคือ ฝุ่นผงเล็กๆ หรือเกลือในบรรยากาศที่มีคุณสมบัติดูดน้ำในบรรยากาศได้ดี เราเรียกปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นนี้ว่า อนุภาคกลั่นตัว (Condensation nuclei) ซึ่งการกลั่นตัวของไอน้ำในบรรยากาศจะไม่เกิดขึ้นหากบรรยากาศปราศจากฝุ่นผง แม้ว่าไอน้ำจะอิ่มตัวแล้วก็ตาม


                 เมฆจากมนุษย์

                 มนุษย์เราก็สามารถสร้างเมฆได้เหมือนกัน โดยเกิดจากเครื่องบินไอพ่นที่บินอยู่ในระดับสูงเหนือระดับควบแน่น ทำให้ไอน้ำซึ่งอยู่ในอากาศร้อนที่พ่นออกมาจากเครื่องยนต์ปะทะเข้ากับอากาศเย็นซึ่งอยู่ภายนอก เกิดการควบแน่นเป็นหยดน้ำ เพราะการจับตัวกับเขม่าควันจากเครื่องยนต์จะทำหน้าที่เป็นแกนควบแน่น เราจึงมองเห็นควันเมฆสีขาวถูกพ่นออกมาทางท้ายของเครื่องยนต์เป็นทางยาว มีชื่อเรียกว่า คอนเทรล (Contrails)

                  ซึ่งก็เหมือนกับการสร้างฝนเทียม โดยเครื่องบินจะทำการโปรยสารเคมี ซิลเวอร์ไอโอไดด์ (Silver Iodide) เพื่อทำหน้าที่เป็นแกนควบแน่นในการให้ไอน้ำในอากาศมาจับตัว และควบแน่นเป็นเมฆ

                 การแบ่งประเภทและ ชนิดของเมฆ

                 แบ่งตามรูปร่าง

                 เมฆนั้นแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ แบบเป็นชั้น (layered) ในแนวนอน และ แบบลอยตัวสูงขึ้น (convective) ในแนวตั้ง โดยจะมีชื่อเรียกว่า สเตรตัส (stratus ซึ่งหมายถึงลักษณะเป็นชั้น) และ คิวมูลัส (cumulus ซึ่งหมายถึงทับถมกันเป็นกอง) ตามลำดับ นอกจากนี้แล้วยังมีคำที่ใช้ในการบอกลักษณะของเมฆอีกด้วย

                 - สเตรตัส (stratus) หมายถึง ลักษณะเป็นชั้น
                 - คิวมูลัส (cumulus) หมายถึง ลักษณะเป็นกองสุม
                 - เซอร์รัส (cirrus) หมายถึง ลักษณะเป็นลอนผม
                 - นิมบัส (nimbus) หมายถึง ฝน

                 แบ่งตามระดับความสูง

                 เมฆยังอาจแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ตามระดับความสูงของเมฆ โดยระดับความสูงของเมฆนี้จะวัดจากฐานของก้อนเมฆ ไม่ได้วัดจากยอด โดย Luke Howard เป็นผู้นำเสนอวิธีการแบ่งกลุ่มแบบนี้ แก่ Askesian Society ในปี ค.ศ. 1802

                 ซึ่งการแบ่งตามระดับความสูงจะใช้ในการตรวจและแบ่งชนิดของเมฆทางอุตุนิยมวิทยา สำหรับเป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อผลทางการวิเคราะห์สภาพลมฟ้าอากาศในการพยากรณ์ โดยใช้ความสูงของฐานเมฆเป็นหลักในการแบ่งชนิด ซึ่งลักษณะของเมฆแต่ละชนิดนั้นสามารถที่จะบอกให้ทราบถึงแนวโน้มลักษณะของสภาวะอากาศที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าได้ เช่น ถ้าในท้องฟ้ามีเมฆก่อตัวในทางแนวตั้งแสดงว่าอากาศกำลังลอยตัวขึ้น หมายถึง สภาวะของอากาศก่อนที่จะเกิดลมพายุ 

                 หรือถ้าเมฆในท้องฟ้าแผ่ตามแนวนอนเป็นชั้นๆ หมายถึง สภาวะอากาศที่สงบและจะมีกระแสลมทางแนวตั้งเล็กน้อย หรือถ้าเมฆในท้องฟ้าก่อตัวทางแนวตั้งสูงใหญ่ จะหมายถึงลักษณะของเมฆพายุฟ้าคะนอง ที่เรียกว่า เมฆคิวมูโลนิมบัส ฝนจะตกหนักและมีฟ้าแลบ ฟ้าร้อง บางครั้งอาจมีฟ้าผ่าลงมายังพื้นดินด้วย ซึ่งเมฆพายุฟ้าคะนองนี้เป็นอันตรายต่อเครื่องบินขนาดเล็กเป็นอันมาก


    เมฆเซอรัส (Cirrus)
    เมฆเซอรัส (Cirrus)

    เมฆเซอโรคิวมูลัส (Cirrocumulus)
    เมฆเซอโรคิวมูลัส (Cirrocumulus)

    เมฆเซอโรสเตรตัส (Cirrostratus)
    เมฆเซอโรสเตรตัส (Cirrostratus)


                 เมฆระดับสูง (High Clouds) 

                 ก่อตัวที่ความสูงมากกว่า 16,500 ฟุต (5,000 เมตร) ในบริเวณที่อุณหภูมิต่ำในชั้นบรรยากาศโทรโพสเฟียร์ ที่ความสูงระดับนี้น้ำส่วนใหญ่นั้นจะแข็งตัว ดังนั้นเมฆจะประกอบด้วยผลึกน้ำแข็ง เมฆในชั้นนี้ส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะเป็นก้อนเล็ก ๆ และ มักจะค่อนข้างโปร่งใส 

                 - เมฆเซอรัส (Cirrus) มีฐานสูงเฉลี่ย 10,000 เมตร มีลักษณะเป็นฝอยปุยสีขาวเหมือนขนนกบางๆ หรือเป็นทางยาว และอาจมีวงแสง (Halo) ด้วย

                 - เมฆเซอโรคิวมูลัส (Cirrocumulus) มีฐานสูงเฉลี่ย 7,000 เมตร มีลักษณะเป็นเกล็ดบางๆ สีขาว หรือเป็นละอองคลื่นเล็กๆ อยู่ติดกัน บางตอนอาจแยกจากกันแต่จะอยู่เรียงรายกันอย่างมีระเบียบ โปร่งแสง อาจมองเห็นดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ได้

                 - เมฆเซอโรสเตรตัส (Cirrostratus) มีฐานสูงเฉลี่ย 8,500 เมตร มีลักษณะเป็นแผ่นเยื่อบางๆ โปร่งแสงเหมือนม่านติดต่อกันเป็นแผ่นในระดับสูง มีสีขาวหรือน้ำเงินจางปกคลุมเต็มท้องฟ้าหรือเพียงบางส่วน เป็นเมฆที่ทำให้เกิดวงแสงสีขาวหรือมีวงแสง (Halo) รอบดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ได้

    เมฆอัลโตคิวมูลัส (Altocumulus)
    เมฆอัลโตคิวมูลัส (Altocumulus)

    เมฆอัลโตสเตรตัส (Altostratus)
    เมฆอัลโตสเตรตัส (Altostratus)


                 เมฆระดับกลาง (Medium Clouds)

                 ก่อตัวที่ความสูงระหว่าง 6,500 และ 16,500 ฟุต (ระหว่าง 2,000 และ 5,000 เมตร) เมฆจะประกอบด้วยละอองน้ำ และ ละอองน้ำเย็นยิ่งยวด

                 - เมฆอัลโตคิวมูลัส (Altocumulus) มีลักษณะอยู่เป็นกลุ่มๆ คล้ายฝูงแกะ มีสีขาว บางครั้งสีเทา มีการจัดตัวเป็นแถวๆ หรือเป็นคลื่น เป็นชั้นๆ มีเงาเมฆ มีลักษณะเป็นเกล็ดเป็นก้อนม้วนตัว (roll) อาจมี 2 ชั้น หรือมากกว่านั้น อาจมีแสงทรงกลด (Corona)

                 - เมฆอัลโตสเตรตัส (Altostratus) มีลักษณะเป็นแผ่นหนา บางสม่ำเสมอในชั้นกลางของบรรยากาศ มองดูเรียบเป็นปุยหรือฝอยละเอียดแผ่ออกเป็นพืด เป็นลูกคลื่น ปกคลุมเต็มท้องฟ้า มีสีเทาหรือน้ำเงินอ่อน และอาจมีบางส่วนที่บางจนแสงอาทิตย์จะส่องผ่านลงมายังพื้นดินได้ อาจมีแสงทรงกลด (Corona)

    เมฆสเตรตัส (Stratus)
    เมฆสเตรตัส (Stratus)

    เมฆสเตรโตคิวมูลัส (Stratocumulus)
    เมฆสเตรโตคิวมูลัส (Stratocumulus)

    เมฆนิมโบสเตรตัส (Nimbostratus)
    เมฆนิมโบสเตรตัส (Nimbostratus)


                 เมฆระดับต่ำ (Low Clouds)

                 ก่อตัวที่ความสูงต่ำกว่า 6,500 ฟุต (2,000 เมตร) และ รวมถึงสเตรตัส (Stratus) เมฆสเตรตัสที่ลอยตัวอยู่ระดับพื้นดินเรียก หมอก

                 - เมฆสเตรตัส (Stratus) มีลักษณะเป็นแผ่นหนาๆ สม่ำเสมอในชั้นต่ำของบรรยากาศ ใกล้ผิวโลกเหมือนหมอก มีสีเทา มองไม่เห็นดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ ไม่ทำให้เกิดวงแสง (Halo) เว้นแต่เมื่อมีอุณหภูมิต่ำมากก็อาจเกิดได้

                 - เมฆสเตรโตคิวมูลัส (Stratocumulus) มีสีเทา ลักษณะอ่อนนุ่ม เป็นก้อนกลมเรียงติดๆ กัน ทั้งทางแนวตั้งและทางแนวนอนทำให้มองเห็นเป็นลอนเชื่อมติดต่อกันไป

                 - เมฆนิมโบสเตรตัส (Nimbostratus) มีลักษณะเป็นแผ่นหนาสีเทาดำ เป็นแนวยาวติดต่อกันแผ่กว้างออกไป ไม่เป็นรูปร่าง เป็นเมฆที่ทำให้เกิดฝนตกจึงเรียกกันว่า เมฆฝน เมฆชนิดนี้จะไม่มีฟ้าแลบฟ้าร้อง เกิดเฉพาะในเขตอบอุ่นเท่านั้น

    เมฆคิวมูลัส (Cumulus)
    เมฆคิวมูลัส (Cumulus)

    เมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus)
    เมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus)


                 เมฆแนวตั้ง (Vertical Clouds)

                 เป็นเมฆที่มีแนวก่อตัวในแนวตั้ง ซึ่งทำให้เมฆมีความสูงจากฐาน โดยความสูงของฐานเมฆเฉลี่ย 1,600 ฟุต หรือ 500 เมตร ความสูงของยอดเมฆเฉลี่ยถึงระดับสูงของเมฆเซอรัส

                 - เมฆคิวมูลัส (Cumulus) ลักษณะเป็นเมฆก้อนหนามียอดมนกลมคล้ายกะหล่ำดอก เห็นขอบนอกได้ชัดเจน ส่วนฐานมีสีค่อนข้างดำ ก่อตัวในทางตั้งกระจัดกระจายเหมือนสำลี ถ้าเกิดขึ้นเป็นหย่อมๆ หรือลอยอยู่โดดเดี่ยวแสดงถึงสภาวะอากาศดี ถ้ามีขนาดก้อนเมฆใหญ่ก็อาจมีฝนตกภายใต้ก้อนเมฆ ลักษณะเป็นฝนเฉพาะแห่ง

                 - เมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) ลักษณะเป็นเมฆก้อนใหญ่รูปร่างคล้ายภูเขาใหญ่ มียอดเมฆแผ่ออกเป็นรูปร่างคล้ายทั่งที่ใช้ในการตีเหล็ก (anvil) ฐานเมฆต่ำมีสีดำมืด เป็นเมฆหนา มืดทึบ มีฟ้าแลบ ฟ้าร้อง อาจอยู่กระจัดกระจายหรือรวมกันอยู่ มักมีฝนตกลงมา เรียกเมฆชนิดนี้ว่า “เมฆฟ้าคะนอง”

                 สีของเมฆ

                 สีของเมฆนั้นบ่งบอกถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเมฆ ซึ่งเมฆเกิดจากไอน้ำลอยตัวขึ้นสู่ที่สูง เย็นตัวลง และควบแน่นเป็นละอองน้ำขนาดเล็ก ละอองน้ำเหล่านี้มีความหนาแน่นสูง แสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องทะลุผ่านไปได้ไกลภายในกลุ่มละอองน้ำนี้ จึงเกิดการสะท้อนของแสงทำให้เราเห็นเป็นก้อนเมฆสีขาว

                 ในขณะที่ก้อนเมฆกลั่นตัวหนาแน่นขึ้น และเมื่อละอองน้ำเกิดการรวมตัวขนาดใหญ่ขึ้นจนในที่สุดตกลงมาเป็นฝน ในระหว่างกระบวนการนี้ละอองน้ำในก้อนเมฆซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นจะมีช่องว่างระหว่างหยดน้ำมากขึ้น ทำให้แสงสามารถส่องทะลุผ่านไปได้มากขึ้น ซึ่งถ้าก้อนเมฆนั้นมีขนาดใหญ่พอ และช่องว่างระหว่างหยดน้ำนั้นมากพอ แสงที่ผ่านเข้าไปก็จะถูกซึมซับไปในก้อนเมฆและสะท้อนกลับออกมาน้อยมาก ซึ่งการซึมซับและการสะท้อนของแสงนี้ส่งผลให้เราเห็นเมฆตั้งแต่ สีขาว สีเทา ไปจนถึง สีดำ

                 โดยสีของเมฆนั้นสามารถใช้ในการบอกสภาพอากาศได้

                 - เมฆสีเขียวจางๆ นั้นเกิดจากการกระเจิงของแสงอาทิตย์เมื่อตกกระทบน้ำแข็ง เมฆคิวมูโลนิมบัส ที่มีสีเขียวนั้นบ่งบอกถึงการก่อตัวของ พายุฝน พายุลูกเห็บ ลมที่รุนแรง หรือ พายุทอร์นาโด

                 - เมฆสีเหลือง ไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยครั้ง แต่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงช่วงต้นของฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดไฟป่าได้ง่าย โดยสีเหลืองนั้นเกิดจากฝุ่นควันในอากาศ

                 - เมฆสีแดง สีส้ม หรือ สีชมพู นั้นโดยปกติเกิดในช่วง พระอาทิตย์ขึ้น และ พระอาทิตย์ตก โดยเกิดจากการกระเจิงของแสงในชั้นบรรยากาศ ไม่ได้เกิดจากเมฆโดยตรง เมฆเพียงเป็นตัวสะท้อนแสงนี้เท่านั้น แต่ในกรณีที่มีพายุฝนขนาดใหญ่ในช่วงเดียวกันจะทำให้เห็นเมฆเป็นสีแดงเข้มเหมือนสีเลือด



     ข้อมูลจาก

    - รุจิราพรรณ รุ่งรอด, หนังสือ "ลม ฟ้า อากาศ",สำนักพิมพ์ฟิสิกส์เซ็นเตอร์
    - โครงการเรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ

    January 26

    WHEN....someone get me wrong

    D day

    It's a fun time in life everybody has it. Some are many times like me but I still remember that not drunk that good.

    So, party is a part of my life which I cannot get rid of my life. I'm not a party girl, I'm just a normal like others.

    I'm not a great  girl and not yet the most bad girl too. Then don't get me wrong like silly people that judge me from my appreance.

    This is my mind! To all people who get me wrong.


    January 25

    ภัยร้าย!! พกโทรศัพท์มือถือบนเตียง ทำให้ปวดหัว นอนไม่หลับ

    โทรศัพท์มือถือ

              นักวิจัยของสวีเดนพบโทษของโทรศัพท์มือถืออย่างใหม่ หากว่ามัวคุยเพลินตอนก่อนนอน จะทำให้นอนหลับยากไปทั้งคืน

              ศาสตราจารย์เบนกต์ อาเนตซ์ วิชาเวชศาสตร์สังคม มหาวิทยาลัยอัปปซาลา ทางเหนือของกรุงสตอกโฮล์ม กล่าวแนะนำว่า "หากรู้ว่าเป็นคนหลับยาก ไม่ควรพูดโทรศัพท์มือถือก่อนนอน" เขากับทีมนักวิจัย จากสถาบันคาโรลินสกาและมหาวิทยาลัยเวย์น สเตท ของสหรัฐฯ เพิ่งพบจากการศึกษาว่า รังสีของโทรศัพท์มือถือ มีฤทธิ์ทำให้ นอนไม่หลับ ปวดศีรษะและเสียสมาธิได้

              เขากับคณะได้ศึกษากับกลุ่มตัวอย่าง ที่เป็นชาย 35 คน และหญิง 36 คน ที่อยู่ในวัยระหว่าง 18-45 ปี โดยให้ถูกคลื่นสัญญาณวิทยุความถี่ 884 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีความแรงขนาดเดียวกับเมื่อใช้โทรศัพท์มือถือ เปรียบเทียบกับกลุ่มอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ถูกรังสีอื่นใด

              อาจารย์อาเนตซ์เล่าผลการศึกษาให้ฟังต่อไปว่า กลุ่มที่ถูกรังสีบางคนเล่าว่ารู้สึกปวดศีรษะ นอนไม่ค่อยหลับ และกระสับกระส่ายทั้งคืน "เราได้ข้อมูลเป็นกระบุงจะต้องศึกษากันดูต่ออีกว่า ต้องถูกรังสีมากสักเท่าไรจึงจะนอนไม่หลับ"



    ข้อมูลจาก
    January 20

    6 วิธีที่ฝ่ายชายบอกรักคุณโดยไม่ต้องพูด

     จะเป็นเพราะว่าผู้ชายอายเกินไป ที่จะบอกรักออกมาเป็นคำพูด หรือว่าใจเสาะ อันนี้ก็ไม่แน่ใจ แต่สำหรับผู้ชายปากแข็งอย่างนี้ เราจะรู้ได้ยังไงหล่ะ ว่าเขารักเราหรือเปล่า วิธีจับสังเกตุง่ายๆ 6 วิธี มีดังต่อไปนี้

    1. คุณจับได้ว่าเขาจ้องมองตาคุณอยู่ 

              ปกติผู้ชายมักจะจ้องมองสิ่งที่เขาปรารถนาอยู่เสมอ นี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำไมเราจึงเห็นผู้ชายแอบมองหน้าอกของผู้หญิง หรือวิจารณ์หน้าอกของผู้หญิงอยู่บ่อยๆ วิธีการมองที่บอกว่า "ผมรักคุณ" นั้นมีอยู่สองแบบ แบบแรกคือการแอบมองคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว (เพราะฉะนั้นแอบจับเขาให้ได้หล่ะ) แบบที่สองคือ จ้องมองคุณอย่างแน่วแน่ในระหว่างที่พูดคุยกัน

    2. เขาตุนของโปรดของคุณไว้ในตู้เย็นหรือในครัวที่บ้านเขา 

              นั่นแสดงให้เห็นว่าเขานึกถึงแต่ความสุขของคุณอยู่เสมอ ก็ความสุขอย่างนึงของผู้หญิงก็คือการกินยังไงหล่ะ ฉะนั้นลองสังเกตเวลาที่เค้าไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เกต แล้วลองดูรายการที่เค้าเลือกหยิบ ถ้ามันมีแต่มัชเมโล คิตตี้แคท หรือโยเกริ์ตรสชาติโปรดของคุณ มากกว่าของส่วนตัวของเขาหล่ะก็นั่นแหละสิ่งบอกความในใจหล่ะค่ะ 

              และยิ่งไปกว่านั้นนะคะ การตุนของหมายถึงการประกาศให้คนรอบข้าง หรือสาธารณชนรู้ถึงความสำคัญของคุณ ปกติแล้วผู้ชายที่ยังไม่ยอมลงหลักปักฐานกับใคร จะไม่ค่อยซื้อของพวกเนี้ยไปเก็บไว้ที่บ้านหรอกค่ะ ทำไมเหรอคะ ก็กลัวสาวอื่นจะมาเห็นยังไงหล่ะ

    3. เขาเริ่มพูดถึงอนาคต 

              ถ้าวันดีคืนดีเขาพูดกับคุณถึงเรื่องอีก 3 ปีข้างหน้า ชีวิตเค้าจะเป็นอย่างไร หรือเค้าอยากมีบ้านแบบไหน มันเป็นการบอกความนัยว่าเขาอยากร่วมชีวิตกับคุณ อยากให้คุณวาดฝันที่จะได้ไปอยู่กับเขาหรือมีอนาคตที่เหมือนกับเขา และยิ่งถ้าเขาถามความเห็นของคุณด้วยหล่ะก็ นั่นหมายถึงสัมพันธภาพของคุณไปได้อีกยาวแน่ๆ

    4. เขาใส่เสื้อผ้าที่คุณซื้อให้ตลอดเวลา 

              ทุกครั้งที่ผู้ชายใส่เสื้อผ้าที่เห็นได้ชัดว่าเค้าไม่ได้เป็นคนเลือกเอง นั่นหมายถึงเขากำลังแสดงให้เห็นว่าเขาปล่อยให้คุณเป็นผู้ควบคุม และเปลี่ยนแปลงโฉมให้เขา มันถือว่าเป็นการแสดงออกที่กล้าหาญอย่างมากเชียวนะคะ กับการที่จะถูกเพื่อนๆ โสดของเขาล้อเลียนเกี่ยวกับเรื่องการแต่งตัวที่เปลี่ยนไป

    5. เขาชอบยืนเบียดไหล่กับคุณ 

              ผู้ชายถ้าไม่อยากให้สัมพันธภาพยืนยาวกับผู้หญิงมากนัก เค้ามักจะไม่ค่อยเดินคลอเคลีย แต่กลับเดินนำหน้า หรือเดินตามหลังคุณห่างๆ แต่ถ้าเค้าตกหลุมรักคุณจริงๆ แล้วหล่ะก็ การเดินเคียงบ่า เคียงไหล่กับคุณ แสดงให้เห็นถึงความผูดมัดของเขาด้วยการรักษาระดับสายตา ให้อยู่แต่ในที่ๆ คุณจะเห็นได้ชัด รวมไปถึงยืนตัวติดกันด้วย

    6. ยอมให้คุณรับโทรศัพท์ของเขา 

              อันนี้ถือเป็นปราการด่านสำคัญ ที่ทำให้คุณเจาะเข้าไปถึงเรื่องส่วนตัวสุดๆ ของเหล่าชายค่ะ ถ้าเขายอมให้คุณรับโทรศัพท์ของเขา นั่นแสดงว่าเขาไว้ใจคุณ พร้อมที่จะเปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่างกับคุณ ยอมให้คุณรุกล้ำเข้าไปสู่อาณาจักรส่วนตัว เพราะโทรศัพท์ถือว่าเป็นสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในยามที่ผู้ชายมีแฟน การที่เค้ายอมยกสิทธิส่วนตัวอย่างเดียวที่เหลืออยู่นั้นให้คุณ แสดงว่าเค้ารักคุณแล้วจริงๆ
    January 14

    สิ่งที่เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้กับ "โน๊ต อุดม"

    โน้ส อุดม

               สิ่งที่เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้ของ อุดม แต้พานิช

               1. มนุษย์ต้องการสิ่งที่ตนเองไม่มี
               2. เวลาที่เราวิ่งมารับโทรศัพท์จากที่ไกลๆ เมื่อถึงโทรศัพท์ เสียงมันมักจะหยุด เราจะช้าไป 1 จังหวะเสมอ
               3. ถ้าแอบรักใคร อย่าฝากใครไปบอก บอกด้วยตัวเองจะดีกว่า
               4. เวลาสั่งอาหารไว้นานแล้วยังไม่ได้สักที ให้พูดว่าไม่เอาจะได้เร็ว
               5. ถ้าเรียกเก็บเงินแล้วไม่มีใครมาเก็บเสียที ให้ลุกขึ้นทำท่าจะกลับทั้งโต๊ะ จะมีพนักงานพุ่งมาทันที
               6. ปลูกต้นลั่นทมไว้หน้าบ้าน ไม่เกี่ยวอะไรกับความทุกข์ระทมของตัวเราเลย
               7. ระวังคนขายโรตี ที่เพิ่งเดินออกมาจากป่าละเมาะ, พุ่มไม้, ซอกตึก อย่าตัดสินใจซื้อจนกว่าเขาจะล้างมือ
               8. ไม่มีสัจจะในร้านตัดเสื้อ
               9. ระวังคนที่แสดงออกว่าเป็นคนดีมากๆ
               10. อย่าซื้อทุเรียนมาปอกเอง
               11. หนังสือดี คือหนังสือที่เราชอบอ่าน,  หนังดีคือ หนังที่เราชอบดู
               12. อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เรานินทามากๆ อย่าลืมย้ำบ่อยๆ ว่าอย่าบอกใครนะ
               13. อย่าทิ้งกระดาษชำระไว้ในชามก๋วยเตี๋ยว คนล้างจะเสียความรู้สึก
               14. เรียกยามว่าซีเคียวรีตี้ การ์ด ยามจะตั้งใจโบกรถ
               15. อย่าซื้ออะไรที่ต้องเอามาซ่อมต่อ
               16. รถในเมืองไทยพวงมาลัยอยู่ทางขวา แต่ฝาน้ำมันไม่อยู่ขวาเสมอไป
               17. ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนไม่ต้องเอายาสีฟันไปก็ได้ ยังไงเพื่อนต้องมี
               18. ตลาด อ.ต.ก. มาจากคำว่า เอเวอรี่ติง เกินราคา
               19. เวลาดูหนังโรง ควรจำว่ากระปุกน้ำอยู่ด้านไหน
               20. ตัดผมวันพุธได้ ไม่บาป
               21. คนไม่กินเนื้อ ไม่ได้แปลว่าเป็นคนดีเสมอไป
               22. เวลาบ้วนน้ำยาลิสเตอรีนออกจากปาก ให้หลับตาด้วย
               23. ปูอัด มันทำจากปลา
               24. กินก๋วยเตี๋ยวจากตะเกียบไม้อร่อยกว่า
               25. อย่าไปจ่ายตลาดเวลาหิว เราจะซื้อมาเยอะเกินจำเป็นเสมอ
               26. ในโลกนี้จะชอบมีคนมาทักอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น ประเภทแรก อ้วนขึ้นนะ กับประเภทที่ 2 ผอมลงนะ ไม่มีใครเข้ามาทักว่าปกติดีนี่ไปทำอะไรมา
               27. คนที่เอาหมวกตำรวจ หรือชุดตำรวจแขวนไว้หลังรถมิใช่เพราะบ้านเค้าไม่มีตู้ เค้าไม่ได้ลืม เค้าแค่กลัวคนไม่รู้ว่าเขาทำอาชีพอะไร
               28. คนที่มีรถทะเบียนเลขเดียวเรียงติดกันหลายๆ ตัว เป็นคนธรรมดาเหมือนกับเรา
               29. คนที่มีความรู้มากๆ เขามักจะใช้ความรู้ขังจินตนาการ
               30. ฟู่ฟ่าเดี๋ยวก็วาย เรียบง่ายอยู่ได้นาน
               31. จงอย่าอิจฉาคนอื่น แต่จงใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา
               32. เวลาที่เปิดหนังสือให้เพื่อนดู หน้าที่ตัวเองพูดถึงมักจะหาไม่เจอ
               33. ขนมและน้ำในโรงหนัง จะแพงกว่าข้างนอก
               34. ห้องน้ำผู้หญิง ผู้ชายเข้าไปดูเป็นพวกโรคจิต, ห้องน้ำผู้ชาย ผู้หญิงเข้ามาดูเป็นแม่บ้าน
               35. เวลารถติด เลนอื่นมักไปได้เร็วกว่าเลนเราเสมอ
               36. ถ้าเราขับรถไม่ทันไฟเขียวเป็นคันสุดท้าย ให้คิดว่าเดี๋ยวเราจะได้ไปเป็นคันแรก
               37. ถ้ามีการแนะนำตัวว่า "นี่เพื่อนฉัน" หมายความว่า "แฟนฉัน"
               38. ถ้ามีการแนะนำตัวว่า "นี่แฟนฉัน" หมายความว่า "ผัว/เมียฉัน"

    January 07

    Sister back

    น้องสาว

    hip


    I really love her so much,

    my important sister.

    Luton T. [1 - 1] Liverpool

    FT Luton T. [1 - 1] Liverpool
    73' [0 - 1] P. Crouch
    76' [1 - 1] J.A. Riise (o.g.)
    Copyright © 1998-2008 LiveScore.com  
    January 03

    Me&Close Friend

    Friend

    Happy time with my close friend!


    December 28

    Together

    Together

    Do everyone like it?

    Please give me any comment if you pass and see this picture.

    Be Happy!

    I like to hear the other people comment.

    December 25

    ToT Bad Christmas for me ToT

    So crazy on Christmas that I'm sick.4770c09bbb883 Too boring to stay at home to keep healthy replace in go out for party.4770c0afe4b1f Somebody who know me will be happy that I'm home like a kind of good girl.4770c0d458dd3 Some say unbelieveable, party girl as me get a terrible sick.4770c097e966e I'm just anormal woman not a wonder woman4770c0941e6d2 then I can get sick all the time.4770c0b714bd7 Look at my pic that I'm sick due to my fece look very pale.4770c08484ace Bad! Bad! Bad!

     

    December 21

    ข้อความชวน...อมยิ้ม

     
     
            1. รู้ไหมว่ามีคนคิดถึง หรือว่าควันธูปยังลอยไปไม่ถึง เลยไม่รู้ตัว

            2. รักกด 1 ... คิดถึงกด 2 ... ไม่กดเลย ถูกทั้งสองข้อ

            3. ฝันถึงเธอทั้งคืน ต้องตกใจตื่น เฮ้อ ... ฝันร้ายจัง

            4. รู้ว่าไม่ว่าง ก็ฝนตกขนาดนี้ รู้นะคนดี ต้องไปไถนาอีกแล้วล่ะสิ แย่จัง

            5. อย่าเพิ่งรีบไปผุดไปเกิดที่ไหน เดี๋ยวปอเต็กตึ๊งจะไปรับ

            6. ฉันรักกับเธอไม่ได้จริงๆ เพราะไม่เคยคิดรักกับลิงมาก่อน

            7. เจ็บมากไหม ... คนดี ขอโทษที ความสวยของพี่ไม่เคยปราณีใคร

            8. เพียงแค่เธอส่งสายตามองมา ฉันก็ขนลุกซู่ซ่า ... เพราะว่าปวดอึ

            9. คนอะไรน่ารักเป็นบ้า สงสัยเพิ่งหลุดออกมาจากศรีธัญญาแน่ๆ

            10. อย่าแกล้งทําเป็นขี้เหร่นักสิ ตั้งแต่เกิดมา ... เธอแกล้งอย่างนี้มาตลอดเลยนะ

            11. อยากรักเธอให้มากๆ อยากจะมาอยู่ใกล้ อยากจะบอกว่าห่วงใย แต่ทําไม่ได้ เพราะฉันตอแหลไม่เป็น

            12. message นี้ส่งมาด้วยคลื่นตรวจจับความขี้เหร่ ถ้าปรากฏบนมือถือใคร ก็แสดงว่า ...

            13. คุณจะได้ลาภเป็นสัตว์สองเท้า แต่จะมาทีละเท้า เตรียมตัวให้ดี!!

            14. รู้ตัวหรือป่าวว่าเธอเป็นคนสวย แต่อยากให้รู้ไว้ด้วยนะว่าฉันชอบโกหก

            15. พูดถึงเรื่องเรียนทําเป็นบ่นกระปอดกระแปด พูดถึงเรื่องแรดๆ ... แหม ... คุยกันแซดไม่มียั้ง

            16. ไม่เป็นไรหรอกหากเธอไม่สน ฉันก็จีบเธอแก้บนเท่านั้น

            17. เธอจะสวยกว่านี้ ถ้าไปศัลยกรรม หู ตา จมูก ปาก ที่มีซะใหม่

            18. มีใจไว้ให้เธอ มีเธอไว้ในใจ แต่ช่วยขยับที่หน่อยได้ไหม เพราะฉันยังต้องมีใครอีกหลายคน

            19. sexy เหลือเกิน จนอยากเชิญไปถ่ายแบบโฆษณาเพดดีกรี

            20. สิ่งหนึ่งที่อยากให้เธอรับรู้ หุ่นของเธอคล้ายหมูเข้าไปทุกวัน

            21. เดินทั้งวันเมื่อยจัง ขอหน้าสวยๆ ของเธอ พักวางเท้าหน่อยดิ

            22. ไม่ค่อยกล้าส่ง message มากวนใจ เพราะเห็นป้ายเขียนไว้ว่าอย่ารบกวนสัตว์

            23.. รักเธอมากมาย เกินกว่าใจจะบอก รักเธอจนอึไม่ออก ไม่รู้จะบอกใคร

            24. ทําไมออกมาเดินเพ่นพ่าน ระวังเทศบาลมาจับตัวไป

            25. ลุยมาเจ็ดป่าช้าไม่เคยกลัว เจอกับเธอตัวต่อตัว กลัวแทบตาย

            26. อย่าไปเชื่อใครๆ ว่าเธอเหมือนหมู เพราะฉันดูแล้วเธอเหมือนฮิปโปมากกว่า

            27. หมอจะผ่าตัดคนไข้ แต่ยาสลบหมด เลยอยากมาขอลมปากเธอไปเป่าให้

            28. คงไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่เธอทําไม่ได้ นอกจากการที่จะหายเป็นกะเทย

            29. แต่งตัวสวยจังเลยวันนี้ รองเท้ารับกับใบหน้าพอดีเด๊ะเลย

            30. กําลังใจฉันเริ่มหมด แม้กระทั่งจะตด ยังไม่มีแรง
     

    ท่าทีสาวๆ ที่หนุ่มๆ ต้องหยุดตื๊อ

     

              1. เธอบอกว่า "ยังไม่พร้อมที่จะคบกับใคร" ประโยคนี้คลาสสิกที่สุด เพราะไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่มหรือหญิงสาว ก็ใช้ปฏิเสธคนได้ทั้งนั้น

              2. โทรศัพท์ที่ไม่เคยรับสาย และไม่เคยโทรกลับ หากเพียงแค่ครั้งหรือสองครั้ง หนุ่มๆ ก็ยังมีลุ้น มากกว่านั้นก็แย่แล้ว

              3. เธอหลบตา ยามคุณพยายามจ้อง เพราะธรรมชาติของผู้หญิง ยามตกหลุมรักใคร พวกเธอจะพยายามสบตา

              4. เธอชอบพูดถึงชายหนุ่มคนอื่น

              5. มุกขำๆ ก็ยังเมินเฉย งานนี้เป็นคำตอบที่ดีว่าเธอไม่สนแม้แต่จะแคร์ความรู้สึกของคุณ ในการพยายามทำให้เธอมีความสุข

              6. มีแต่คำปฏิเสธ ไม่ว่าจะเป็นแผนการนัดทานข้าวเที่ยง ดูหนัง ฟังเพลง ยังไง เธอก็ตอบกลับมาว่างานยุ่งหรือไม่ว่าง นั่นก็แสดงว่า เธอไม่สนใจคุณเลยล่ะ

              7. หนุ่มในฝันที่ไม่ใช่คุณ หากคุณได้ยินเธอพร่ำเพ้อ ถึงหนุ่มในฝัน ที่ตรงกันข้ามคุณทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทรงผมสกินเฮด ขณะที่คุณเป็นหนุ่มผมยาว เธอชอบวิศวกรขณะที่คุณเป็นนายแพทย์

              ศึกษาไว้นะคะ ไม่อย่างนั้นคุณจะเสียใจ ถ้าคุณตื้อมากจนเธอต้องเผยว่า "ฉันไม่ชอบผู้ชายอย่างคุณ"